วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ฮาร์ดแวร์ (Hardware)??

ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
หมายถึง
ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์รอบข้าง (Peripheral) ที่สามารถสัมผัสได้ โดยจะประกอบด้วยอุปกรณ์ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมการประมวลผลข้อมูล การรับข้อมูล การแสดงผลข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์

เป็นอุปกรณ์ที่จับต้อง สัมผัส และสามารถมองเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม มีทั้งที่ติดตั้งภายในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ (Case) และ เชื่อมต่อภายนอกเครื่องคอมพิวเตอร์

เราสามารถแบ่งส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ออกได้เป็น 5 หน่วยที่สำคัญ ดังนี้


1. หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) ทำหน้าที่ในการรับโปรแกรม และข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์ ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้ในการรับข้อมูลเข้า ได้แก่ แป้นพิมพ์หรือคีย์บอร์ด (Keyboard) เครื่องสแกนต่างๆ เช่น เครื่องรูดบัตร สแกนเนอร์ ฯลฯ

2. หน่วยความจำ (Memory Unit) ทำหน้าที่เก็บโปรแกรมหรือข้อมูลที่รับมาจากหน่วยรับข้อมูล เพื่อเตรียมส่งให้หน่วยประมวลผลกลางทำการประมวลผล และรับผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล เพื่อเตรียมส่งออกหน่วยแสดงข้อมูลต่อไป


3. หน่วยประมวลผลกลาง (CPU หรือ Central Processing Unit) ทำหน้าที่ปฏิบัติงานตามคำสั่งที่ปรากฏอยู่ในโปรแกรม หน่วยนี้จะประกอบด้วยหน่วยย่อยๆ อีก 2 หน่วย ได้แก่ หน่วยคำนวณเลขคณิตและตรรกวิทยา (ALU หรือArithmetic and Logical Unit) และ หน่วยควบคุม (CU หรือ Control Unit)


4. หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storge) ทำหน้าที่เก็บข้อมูลหรือโปรแกรมที่จะป้อนเข้าสู่หน่วยความจำหลักภายในเครื่องก่อนทำการประมวลผลโดย ซีพียู รวมทั้งเป็นแหล่งเก็บผลลัพท์จากการประมวลผลด้วย เพื่อการใช้งานในภายหลัง










5. หน่วยแสดงข้อมูล (Output Unit) ทำหน้าที่แสดงผลลัพท์จากการประมวลผล เช่น จอภาพ เครื่องพิมพ์ เป็นต้น

Table คืออะไร ???

Table คืออะไร ???

ตารางข้อมูล (Table) คือ ออบเจ็กที่ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลในระบบฐานข้อมูลของ Microsoft Access ซึ่งส่วนใหญ่ ในหนึ่งฐานข้อมูล เรามักจะแบ่งตารางข้อมูลออกเป็นหลาย ๆ ตาราง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ต้องการจัดเก็บในระบบ


ตัวอย่างเช่นคุณต้องการจัดเก็บ ข้อมูลสินค้า, ข้อมูลลูกค้า และข้อมูลผู้จัดจำหน่าย ไว้ในฐานข้อมูลเดียวกันก็จะแบ่งตารางข้อมูล (เทเบิล) ออกเป็น 3 ตาราง คือ1. ตารางข้อมูลสินค้า2. ตารางข้อมูลลูกค้า3. ตารางข้อมูลผู้จัดจำหน่าย
โดยในแต่ละตารางข้อมูล จะประกอบไปด้วย รายละเอียดของข้อมูลที่ถูกแบ่งออกเป็นหัวข้อย่อย ๆ เรียกว่า ฟิลด์ (Field)


:: ขั้นตอนการสร้างตารางข้อมูล
1. คลิกเลือกออบเจ็ก Tables
2. คลิกปุ่ม New เพื่อสร้างตารางข้อมูลใหม่

3. จะปรากฏไดอะล็อก เพื่อเลือกวิธีการสร้างตารางข้อมูลใหม่ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 5 วิธี ได้แก่
- Datasheet View คือ การสร้างตารางข้อมูลใหม่ ในมุมมองแบบ Datasheet
- Design View คือ การสร้างตารางข้อมูลใหม่ ในมุมมอง Design
- Table Wizard คือ วิซาร์ดที่ช่วยกำหนดขั้นตอนการสร้างตารางข้อมูลโดย Access ได้จัดเตรียมตารางข้อมูลสำเร็จรูป ไว้ให้เลือกใช้มากมายตามวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บข้อมูลที่คุณต้องการ
- Import Table คือ วิซาร์ดที่ช่วยให้คุณนำข้อมูลจากฐานข้อมูลภายนอกหรือไฟล์ข้อมูลอื่น ๆ เข้ามาบันทึกลงยังฐานข้อมูลปัจจุบัน
- Link Table คือ วิซาร์ดที่ช่วยให้คุณเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างฐานข้อมูลปัจจุบัน กับฐานข้อมูลภายนอก หรือไฟล์ข้อมูลอื่น ๆ
สำหรับตัวอย่างนี้ ผู้เขียนเลือกการสร้างตารางข้อมูลใหม่ ในมุมมองแบบ Datasheet ค่ะ
4. คลิกปุ่ม OK เพื่อเริ่มขั้นตอนการสร้างตารางข้อมูลใหม่
จะปรากฏ Datasheet (ดาต้าชีต) ดังรูป


วิธีการสร้างตารางข้อมูล ในมุมมองแบบ Datasheet นี้คุณจะต้องป้อน ตัวอย่างข้อมูล ลงในคอลัมน์ที่ต้องการจากนั้น เมื่อบันทึกตารางข้อมูลแล้ว Microsoft Access ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวไปกำหนดเป็นโครงสร้างของตารางข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ
ทั้งนี้ Microsoft Access ได้จัดเตรียมคอลัมน์สำหรับป้อนข้อมูลมาให้ จำนวน 10 คอลัมน์ซึ่งหากข้อมูลที่คุณต้องการบันทึก มีมากกว่า 10 คอลัมน์คุณก็สามารถเพิ่มคอลัมน์ได้อีก โดย…
1. คลิกเมาส์ขวาที่บริเวณหัวคอลัมน์
2. คลิกเลือกคำสั่ง Insert Column
จะได้คอลัมน์เพิ่มขึ้นใหม่ ดังรูป

5. ป้อนตัวอย่างข้อมูล ลงในคอลัมน์ตามต้องการ



6. ตั้งชื่อคอลัมน์ โดยคลิกเมาส์ขวาบริเวณหัวคอลัมน์ที่ต้องการตั้งชื่อ
7. คลิกเลือกคำสั่ง Rename Column


8. พิมพ์ชื่อคอลัมน์ เสร็จแล้วกด Enter


9. ตั้งชื่อคอลัมน์ ให้ครบทุกคอลัมน์ (เฉพาะคอลัมน์ที่มีข้อมูล)
10. จากนั้นทำการบันทึกตารางข้อมูล โดยคลิกที่เมนู File > คลิกเลือกคำสั่ง Save


11. ตั้งชื่อตารางข้อมูล (ในฐานข้อมูลเดียวกัน จะใช้ชื่อตารางข้อมูลซ้ำกันไม่ได้)
12. คลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยันการบันทึกตารางข้อมูล



13. จะปรากฏไดอะล็อก แจ้งเตือนว่าคุณยังไม่ได้กำหนดคีย์หลัก (Primary key)พร้อมกับถามยืนยันว่า ต้องการให้แอคเซส สร้างคีย์หลักให้คุณทันทีหรือไม่ในขั้นตอนนี้ ให้คลิกปุ่ม No หากไม่ต้องการให้แอคเซสสร้างคีย์หลัก

14. เมื่อบันทึกตารางข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จะได้ผลลัพธ์ดังภาพจากนั้นคลิกที่เมนู View > คลิกเลือกคำสั่ง Design Viewเพื่อดูโครงสร้างของตารางข้อมูล ที่แอคเซสกำหนดให้

15. จากภาพด้านล่าง เป็นโครงสร้างของตารางข้อมูล ซึ่งมีส่วนประกอบที่สำคัญคือField Name, Data Type, Description และ Field Propertiesโดยหลังจากที่แอคเซส ได้กำหนดโครงสร้างต่าง ๆ ให้แล้วคุณก็ยังคงสามารถแก้ไขโครงสร้างนี้ได้ด้วย

ประโยชน์ของการใช้ฐานข้อมูล

ประโยชน์ของการใช้ฐานข้อมูล
ประโยชน์ทั่วไป
1. สามารถจัดเก็บข้อมูลได้จำนวนมาก ทำให้ประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บเอกสารที่เป็นกระดาษ เนื่องจากฐานข้อมูลมีการจัดเก็บข้อมูลในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็ก เช่น แผ่นซีดี-รอม แผ่นดิสเก็ตส์ เป็นต้น
2. สามารถปรับปรุงข้อมูลในฐานข้อมูลให้ถูกต้องทันสมัย ได้ตลอดเวลา และทำได้อย่างรวดเร็ว ถ้าเป็นตัวเล่มหนังสือจะไม่สามารถปรับปรุงข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไปในตัวเล่มได้ นอกจากใช้ใบแทรกหรือการพิมพ์เล่มใหม่ออกมา
3. สามารถค้นคืนข้อมูลที่ต้องการได้รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ และประหยัดเวลา
4. สามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลให้เป็นระบบออนไลน์ได้ ผู้ใช้หลายคนสามารถใช้ฐานข้อมูลเดียวกันใน
เวลาเดียวกันได้ไม่ว่าผู้ใช้จะอยู่แห่งใด หรือใช้ฐานข้อมูลในเวลาใดก็ตามจะสามารถได้ข้อมูลที่ต้องการจากฐานข้อมูลแบบออนไลน์
5. ขจัดความซับซ้อนในการบันทึกข้อมูล
6. เกิดวิธีการที่เป็นระเบียบในการบันทึกข้อมูล
7. ช่วยในการค้นคืนสะดวก
8. ช่วยในการประยุกค์ใช้ในระบบสารสนเทศ
9. มีระบบรักษาความปลอดภัย (Security) เช่น กำหนดสิทธิ์ ในการใช้งานของผู้ใช้

งานเเละคุณสมบัติของฐานข้อมูล

งานของระบบฐานข้อมูล
1. บันทึกข้อมูล
2. แทรกข้อมูล
3. ดึงข้อมูล
4. แก้ไขข้อมูล
5. ลบข้อมูล
6. ย้ายฐานข้อมูล

คุณสมบัติของฐานข้อมูล
1. Data definition : ทำการนิยามโครงสร้างฐานข้อมูล บอกรูปแบบของข้อมูล เช่น เป็นตัวเลยหรือว่าเป็นตัวหนังสือ หรือเป็นวันที่
2. Data manipulation : การนำข้อมูลมาใช้งาน เช่น Retrieve Insert Delete Update
3. Data Control : ควบคุมการใช้งานฐานข้อมูล เช่น ตรวจสอบ Security ,Recovery

ชนิดของฐานข้อมูล

ชนิดของฐานข้อมูล ( Type of Database )
ระบบฐานข้อมูลได้ถูกให้พัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการจัดเก็บและเรียกใช้ โดยจะมีโครงสร้างของการออกแบบฐานข้อมูลแบ่งได้เป็นสามแบบด้วยกัน ดังนี้
1. ฐานข้อมูลแบบเชิงชั้น (Hierarchical Databse) เป็นฐานข้อมูลที่มีการจัดลำดับความสำคัญระหว่างแฟ้มข้อมูล โดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในโครงสร้างต้นไม้ ( Tree structure) มี root record, parent record และ child record ส่วน root record จะอยู่บน child record มี parent record อันเดียว record ต่างๆ อาจจะถูกเก็บซ้ำกัน Hierarchical Database เป็น database ชนิดที่เก่าแก่ที่สุด
ข้อดี การเข้าถึง และ แก้ไข ข้อมูลทำได้เร็วเพราะ มีความสัมพันธ์ที่แน่นอน ระหว่าง parent และ child record
ข้อเสีย Record ที่เก็บไว้ในbranch ที่ต่างกันจะถูกเรียกมาใช้งานพร้อมกันไม่ได้เวลาแก้ไขข้อมูลใน record ทำลำบาก
2. ฐานข้อมูลแบบเครือข่าย (network Database) เป็นฐานข้อมูลที่มีความสัมพันธ์ระหว่างแฟ้มข้อมูลเชื่อมโยงถึงกันหมด คล้ายกับ Hierarchical database ยกเว้นChild record หรือเรียกว่า Memberจะมีมากกว่าหนึ่ง Parent record หรือเรียกว่า Owner

Database คืออะไร???


Database (ฐานข้อมูล) คืออะไร ?

คือระบบที่รวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วยแฟ้มข้อมูล (File) ระเบียน (Record) และ เขตข้อมูล (Field) และถูกจัดการด้วยระบบเดียวกัน โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเข้าไปดึงข้อมูลที่ต้องการได้ อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเปรียบฐานข้อมูลเสมือนเป็น electronic filing system
  • บิต (bit) ย่อมาจาก Binary Digit ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ 1 บิต จะแสดงได้ 2 สถานะคือ 0 หรือ 1 การเก็บข้อมูลต่างๆได้จะต้องนำ บิต หลายๆ บิต มาเรียงต่อกัน เช่นนำ 8 บิต มาเรียงเป็น 1 ชุด เรียกว่า 1ไบต์ เช่น

    10100001 หมายถึง ก
    10100010 หมายถึง ข
  • เมื่อเรานำ ไบต์ (byte) หลายๆ ไบต์ มาเรียงต่อกัน เรียกว่า เขตข้อมูล (field) เช่น Name ใช้เก็บชื่อ LastName ใช้เก็บนามสกุล เป็นต้น
  • เมื่อนำเขตข้อมูล หลายๆ เขตข้อมูล มาเรียงต่อกัน เรียกว่า ระเบียน (record) เช่น ระเบียน ที่ 1 เก็บ ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของ นักเรียนคนที่ 1 เป็นต้น
  • การเก็บระเบียนหลายๆระเบียน รวมกัน เรียกว่า แฟ้มข้อมูล (File) เช่น แฟ้มข้อมูล นักเรียน จะเก็บ ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของนักเรียน จำนวน 500 คน เป็นต้น
  • การจัดเก็บ แฟ้มข้อมูล หลายๆ แฟ้มข้อมูล ไว้ภายใต้ระบบเดียวกัน เรียกว่า ฐานข้อมูล หรือ Database เช่น เก็บ แฟ้มข้อมูล นักเรียน อาจารย์ วิชาที่เปิดสอน เป็นต้น
การเข้าถึงข้อมูลในฐานข้อมูลจึงจำเป็นต้องมีระบบการจัดการฐานข้อมูลมาช่วยเรียกว่า database management system (DBMS) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการกับข้อมูล ตามความต้องการได้
ในหน่วยงานใหญ่ๆอาจมีฐานข้อมูลมากกว่า 1 ฐานข้อมูลเช่น ฐานข้อมูลบุคลากร ฐานข้อมูลลูกค้า ฐานข้อมูลสินค้า เป็นต้น

ตีกลอง จาก ipad มันส์พะยะค่ะ